เมื่อมาถึงเวนิส สิ่งที่ควรทำหากคุณเป็นนักชิมที่ชอบกินอย่างคนท้องถิ่น คือ ดื่มเครื่องดื่มเวนิสสุดฮิตที่เรียกว่า Spritz ตระเวนรับประทานอาหารว่างที่เป็นขนมปังชิ้นเล็กๆ อย่าง Cicchetti และรับประทานพาสต้า Bigoli ที่ชุ่มฉ่ำซอสซึ่งเคี่ยวจากปลาแอนโชวี่

Venetian Spritz สีสันในแก้วไวน์
ไม่มีอะไรสะท้อนความผ่อนคลายและบรรยากาศคึกคักของเวนิสไปได้ดีกว่า เครื่องดื่มสีส้มหรือสีแดงสดใสที่เรียกว่า Spritz ได้อีกแล้ว ช่วงบ่ายๆ ถึงเย็นๆ ตามร้านรวงต่างๆ จะเห็นผู้คนต่างนั่งจิบเจ้า Spritz กันเพื่อเติมพลังงานให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า โดยที่มาของ Spritz มาจากภาษาเยอรมันว่า Spritzen ซึ่งแปลว่าการฉีดหรือการพ่น เนื่องจากช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิออสเตรียซึ่งพูดภาษาเยอรมันได้เข้าปกครองแคว้นเวเนโต้ ทหารออสเตรียไม่คุ้นเคยกับไวน์ท้องถิ่นที่มีแอลกอฮอล์สูงและรสชาติหนักแน่น จึงขอให้บาร์เทนเดอร์ฉีดผสมน้ำโซดาลงบนไวน์ขาวเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น โดย Spritz ในยุคแรกจะเป็นแค่ไวน์ขาวผสมโซดาเท่านั้น

จนกระทั่งในราวปี 1920 ได้มีการนำเอาเหล้ายาที่มีรสขมเข้ามาผสมเกิดเป็น Spritz 3 รูปแบบที่เป็นที่นิยมถึงปัจจุบัน อันได้แก่
Spritz Select สำหรับคนที่ชอบสัมผัสรสชาติแบบท้องถิ่นเวนิส โดยมีส่วนผสมของเหล้า Select ซึ่งมีถิ่นกำเนิดบนเกาะ Murano มีสีแดงทับทิม เสิร์ฟพร้อมมะกอกเขียวผลใหญ่
Spritz Aperol สีส้มสดใส รสชาติสดชื่น มีความหวาน ดื่มง่าย แทบไม่ขมเลย แอลกอฮอล์ต่ำ ผสมกับเหล้า Aperol
Spritz Campari สายเข้มขมเพราะผสมกับเหล้า Campari สีแดงของอิตาลี
โดยมีสูตรมาตรฐานที่ 3-2-1 คือ Prosecco หรือไวน์ขาวแบบดรายของอิตาลี 3 ส่วน เหล้า 2 ส่วน และโซดา 1 ส่วน
และมีน้ำแข็งเต็มแก้ว



Cicchetti เย็นค่ำย่ำร้านตระเวนกิน
หากสเปนมี Tapas เวนิสก็มี Cicchetti (ชิเกตติ) มันคืออาหารว่างพอดีคำ ซึ่งวางเรียงรายอยู่หน้าตู้กระจกของร้านแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Bacaro โดยแต่ละร้านจะสร้างสรรค์เมนู Cicchetti นี้ได้จากวัตถุดิบต่างๆ ที่มี ส่วนเมนูมาตรฐานที่เป็นเอกลักษณ์ของเวนิสก็คือ Baccala Mantecato หรือปลาคอดตากแห้งจากนอร์เวย์ที่นำมาเคี่ยวและปั่นกับน้ำมันมะกอกจนกลายเป็นเนื้อครีม และ Sarde in Saor ซึ่งก็คือปลาซาร์ดีนผัดกับหอมใหญ่และน้ำส้มสายชูเติมพายนัทเพื่อเพิ่มรสชาติ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความรุ่มรวยในการมีวัตถุดิบจากการค้าขายทางน้ำที่เป็นเส้นทางหลักของโลกเมื่อครั้งอดีตได้อย่างชัดเจน การตระเวนดื่ม Spritz เครื่องดื่มเวนิส และกิน Cicchetti ตามร้านต่างๆ ก่อนมื้อค่ำจึงเป็นวัฒนธรรมของชาวเวนิสที่สืบต่อกันมาจนถึงนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเกาะแห่งนี้ในปัจจุบัน ส่วนร้าน Bacaro ที่เก่าแก่ที่สุดของเวนิส คือร้าน Cantina Do Mori ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1462 เดินจากสะพาน Rialto ไปเพียง 3 นาทีเท่านั้น

Bigoli คล้ายสปาเกตตีแต่ต่างที่ผิวสัมผัส
พาสต้าของเมืองเวนิสที่มีประวัติการค้นคิดในปี 1604 โดยมีบันทึกว่า Bartolomio Veronese ช่างทำพาสต้าชาวปาดัว ได้รับสิทธิบัตรจากสภาเมืองในการสร้างเครื่องจักรผลิตพาสต้าชนิดนี้ ซึ่งเป็นการกดกระบอกทองเหลืองด้วยมือ ให้เส้นพาสต้าถูกรีดออกมาจากรูจนเป็นที่มาชื่อ Bigoli ที่มีรากศัพท์มาจากคำที่แปลว่า หนอน
ขนาดของเส้นมีความหนาใหญ่กว่าเส้นสปาเกตตีเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือความหยาบของผิวสัมผัสของเส้นทำให้ซอสเกาะติดเส้นได้ดีกว่า และมีสูตรส่วนผสมดั้งเดิมที่ใช้แป้งโฮสวีตหรือบัควีตผสมกับไข่เป็ด รสชาติจึงหนักแน่นกว่าปกติ ส่วนเมนูที่ต้องลองคือ Bigoli in Salsa เมนูยอดฮิตของเวนิสใช้ซอสที่ทำจากปลาแองโชวี่ และ Bigoli con l’anatra คลุกเคล้าซอสที่ทำจากเป็ด

แถมท้ายอีกนิด พาสต้าหมึกดำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูห้ามพลาดที่เวนิส จากประวัติที่มีต้นกำเนิดร่วมกับเกาะทางตอนใต้อย่างเกาะซิซิลีจากวัฒนธรรมชาวประมงที่นำถุงหมึกกระดองมาปรุงอาหาร จนสุดท้ายความนัวของน้ำหมึกก็กลายมาเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์จนยากที่คนทั้งโลกจะห้ามใจไหว
